Thanatsri Article


'มดและเฟิร์นริดเลย์' สุดยอดโครงงานวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์

การศึกษาการพึ่งพาอาศัยกันของ “มดและริดเลย์-พืชตระกูลเฟิร์นเขากวาง” ได้รับการโหวตจากนักวิจัย สวทช. ให้เป็นสุดยอดโครงงานวิทยาศาสตร์ในกิจกรรมค่ายประชุมสุดยอดนักวิวัฒนาการ
รุ่นเยาว์

          การจัดแข่งขันประกวดสุดยอดโครงงานวิทยาศาสตร์ภายใต้หัวข้อ “วิวัฒนาการในชุมชนที่ฉันอยู่” เป็นหนึ่งในกิจกรรมของค่ายประชุมสุดยอดนักวิวัฒนาการรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 โครงงาน ซึ่งผลการตัดสินมาจากการโหวตของนักวิจัย สวทช. และเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่าย


           โครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างมดและชายผ้าสีดาเขากวางหรือริดเลย์” จากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จ.พะเยา ได้รับคะแนนโหวตมากที่สุด โดยเยาวชนกลุ่มนี้มีความสนใจเฟินริดเลย์ หรือชายผ้าสีดาเขากวางหรือเฟิร์นเขากวางใบตั้ง ที่แม้จะเป็นหนึ่งในพืชสกุลชายผ้าสีดา แต่กลับมีลักษณะที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเฟิร์นชายผ้าสีดาทั่วไปที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ มักจะมีส่วนใบที่ตั้งขึ้นเหมือนตะกร้า เพื่อดักเอาเศษใบไม้ กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นสะสมเป็นอินทรียสารหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ใบของริดเลย์กลับม้วนตัวห่อหุ้มกิ่งไม้ไว้แน่นปิดโอกาสในการสะสมธาตุ อาหารอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเมื่อทำการศึกษาพบว่า ภายใต้ใบที่ห่อหุ้มกิ่งไม้นั้นเป็นที่อยู่อาศัยของมดจำนวนมากมาย สันนิษฐานว่าใบที่ห่อหุ้มกิ่งไม้มีลักษณะไขว้ไปมา ทำให้เกิดช่องว่างเหมาะต่อการอาศัยและเป็นแหล่งหลบภัยของมด ในยามฝนตก น้ำท่วมได้เป็นอย่างดี แม้กระนั้นผู้อยู่อาศัยอย่างมดก็ตอบแทนด้วยการคาบเศษอินทรีย์วัตถุบางชนิด เข้าไปเก็บในรัง กลายเป็นสารอาหารชั้นดีให้แก่ริดเลย์ อีกทั้งมดยังช่วยขับไล่หนอนและแมลงต่างที่เป็นศัตรูพืชด้วย นับเป็นการอยู่ร่วมกันของสองสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่ต่างเกื้อกูลกันเป็น อย่างดี


           สำหรับโครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาการเปลี่ยนสีปลากัดจากการใช้กระดาษสะท้อนแสง” จากโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งทดลองศึกษาการเปลี่ยนสีของปลากัดโดยใช้ กระดาษสะท้อนแสงแบบตะกั่วทดลองพันรอบขวดที่มีปลากัดสีขาวอยู่ พบว่าสามารถเปลี่ยนสีของปลากัดได้โดยใช้เวลา 3 สัปดาห์ และเมื่อนำกระดาษสะท้อนแสงออก สีของปลาจะกลับไปเป็นสีเดิมโดยใช้เวลา 8 สัปดาห์


           นอกจากนี้โครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาวิวัฒนาการของนกปากห่างและหอยโข่ง” จากโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 โดยเลือกศึกษาการกินอาหารของนกปากห่าง ซึ่งเป็นนกที่พบมากในท้องถิ่น โดยตั้งข้อสงสัยว่านกปากห่างมีวิธีการกินหอยโข่งอย่างไรโดยที่เปลือกหอยไม่ แตก ทั้งที่หอยโข่งเป็นสัตว์ที่มีเปลือกแข็งและลื่น ซึ่งเป็นวิวัฒนาการทางรูปร่างเพื่อป้องกันตนเองจากผู้ล่า จากการศึกษาของเยาวชนพบว่าด้วยลักษณะทางกายภาพของนกปากห่างที่มีคอยาว ปากใหญ่ตรง เรียบ และสันปากไม่มีร่อง แต่ปลายปากบนโค้งเล็กน้อย ขณะที่ปลายปากล่างโค้งขึ้น จึงทำให้มีช่องว่างที่เหมาะต่อการคาบหอยโข่งแม้เปลือกจะลื่น อีกทั้งยังช่วยในการกินหอย โดยใช้ปลายปากล่างทิ่มลงระหว่างร่องตัวหอยกับฝา


           กิจกรรมค่ายประชุมสุดยอดนักวิวัฒนาการรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 2 นี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2552 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยมีกิจกรรมและบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย อาทิ กิจกรรมนักสืบใบไม้ Co-evolution กุญแจความสำเร็จของดาร์วิน เปิดโลกมหัศจรรย์แห่งวิวัฒนาการ ย้อนตำนานการเดินทางของชาลส์ ดาร์วิน เป็นต้น ทั้งนี้บ้านวิทยาศาสตร์สิริธรได้จัดกิจกรรมค่ายสำหรับเยาวชนที่มีความสนใจ ทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

ที่มา  วิชาการ.คอม วันที่ 10 พฤษภาคม 2555  เวลา 14.13 น.
http://www.vcharkarn.com/varticle/39153

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 9.37 KBs
Upload : 2012-05-10 14:23:16
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

1
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


Thanatsri
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
วิทยาศาสตร์


โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
โทรศัพท์ 0-5524-5115 โทรสาร 0-5524-5115

นโยบาย |
Generated 0.029054 sec.