sompis Article


มนุษย์พันธุ์ใหม่

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

      การสันนิษฐานและวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ก่อเกิดสิ่งมหัศจรรย์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ผมก็ขอเสนอการสันนิษฐานเกี่ยวมนุษย์ในอนาคต อีก 100 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด? และที่สำคัญ มีมนุษย์พันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นหรือไม่? หากเราลิงคิดย้อนกลับไปสัก 100 ปี ก่อน คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้กว่า โลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน

สมัยนั้น เราไม่มี แผงวงจรที่สลับซับซ้อน ทุกชีวิตในสมัยนั้น รู้จักเพียง เครื่องจักร ชิ้นใหญ่ ๆ ฟันเฟือง และ สิ่งก่อสร้างที่ยังไม่สลับซับซ้อน การใช้เครื่องจักร ขนาดใหญ่ และหนัก แถมยังอันตรายต่อการใช้ แต่มาสมัยนี้ แล้ว ทุกอย่างดูเล็กลง จากสมัยคอมพิวเตอร์ รุ่นแรก ๆ ที่เขาคิดค้นขึ้นมาก สมัยก่อนนั้น ขนาดใหญ่ มากครับ แถมยังช้า อืดอาดยืดยาด มาก เลย เสียเงินลงทุนไป หลายล้านดอลลาห์ กว่าจะผลิตขึ้นมา แต่พอมาสมัยนี้สิ เครื่องคอมพิวเตอร์ รุ่นแรก ๆ นั้น ยังช้า กว่า เครื่องคิดเลข ราคาถูก ๆ ที่ขายกันเลื่อน ราคา 50-60 ก็ยังมี ยังเร็ว กว่าซะอีก

โลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วจริง ๆ ครับ ตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ที่เราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ตาม สมัยนี้ อาจเป็นสมัยแห่งยุค นาโน เทคโนโลยีแล้วก็ได้ และยุคการเปลี่ยนแปลงพันธุวิศวกรรม มนุษย์ เรารู้จักการถอดรหัสทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลง เพื่อเอาชนะต่อสภาพแวดล้อม ของโลก ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ในขณะ นี้ แต่ อีก 100 ปี มนุษย์ เราอาจต้องปรับตัว ต่อสภาพแวดล้อม ต่อ โลกใหม่ ของเรา ผมคิดว่า ทุกคนคงจะทราบดี นั่นคือ ชีวิตนอก โลก ชีวิตต่างดาว และชีวิต แห่งการอยู่รอดครับ

การกำเนิด ทารกพันธุ์ใหม่
อนาคต ที่ทารกต้องเกิดและเติบโต ขึ้นมา จากสิ่งที่ทันสมัย กล่าวคือ เด็กที่มีโครงสร้างทางยีนใหม่ จากหนังสือเรื่อง Unknown man (บุรุษผู้ไม่มีใครรู้จัก) พิมพ์ในปี 1988 ว่า เด็กพันธุ์ใหม่นี้ จะมีสติอยู่ในระดับสูง มีต่อมต่าง ๆ ในร่างกายแตกต่างไป จากมนุษย์สมัยนี้ ตั้งแต่ สมอง หัวใจ จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงทางยีน การสร้างต่อม เครื่องกรองเพื่อรักษาให้สุขภาพดีขึ้น ในบรรยากาศสมัยใหม่ ที่เต็มไปด้วยมลพิษ หัวใจจะเต้นช้าลง และทำให้อายุยืนขึ้น ร่างกายเล็กกว่าบางกว่าและสูงกว่า รวมถึง มีความรู้สึกไวอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด ที่จะเกิดทารกใหม่นี้ จากหนังสือ เรื่อง Wonder Child-Our Natural State (ทารกพิศวงสภาพธรรมชาติของเรา) เราจะมีถึงครอบครับใหม่ พ่อ- แม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
ทฤษฏีพื้นฐานนั้นเริ่มจาก ทารกจะต่างจากพ่อ-แม่ หรือ ปู่ย่าตายาย ในเด็กนั้น จะต่างจากความไร้เดียงสา แต่ด้วยวิทยาการทางวิทยาศาสตร์ แล้ว ทารกเหล่านี้ เต็มไปด้วยพรสวรรค์ อันยิ่งใหญ่ มีความสามารถทางจิต รวมถึงการติดต่อสื่อสารโดยมิต้องใช้คำพูด

ความสามารถที่เพิ่มมา คือการรักษาตัวเอง
จากเดิมการให้หมอรักษาโรค แล้ว แต่ในอนาคตนั้น เราสามารถรักษาตัวเอง จากการเปลี่ยนแปลงของโลก เราจะพบว่า โรคที่ไม่สามารถรักษาได้นั้น มีสาเหตุอยู่สองประการ ก็คือ ความจำเป็นที่ต้องมีความสมดุลโดยธรรมชาติ หรือการคัดสรรทางธรรมชาติ จำนวนประชากร อัตราการตายถูกควบคุมโดย ธรรมชาติ ความเจ็บป่วย โรคภัยไข้เจ็บ อีกประการหนึ่ง ความไม่สบาย เป็นพื้นฐานที่สืบเนื่องกันมา จากความเครียด ความกดดัน และความกระวนกระวายใจ ที่เกิดขึ้นภายในสังคม

ความกดดันนี้แหละ เกิดจากทางกาย จากสภาวะความฝัน หรือจิตใจ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราเกิดป่วยได้ครับ จากการ ศึกษาค้าคว้า ของ สตี เฟน ลาแบล แห่งมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด และเจน กาเกนบัช แห่งมหาวิทยาลัย ไอโอวา พบว่า สภาพที่ควบคุมความฝัน ของเรานั้น ทำให้เราสัมผัสสภาพร่างกายในปัจจุบันได้ และมีการทดลองต่าง ๆ
ในศตวรรษที่ 22 จะมี ห้องสำหรับฝัน ซึ่งสร้างสภาพ อีเล็กทรอนิก และสมองที่ถูกต้องเพื่อใช้ความฝันเป็นเครื่องรักษา รูปแบบการรักษาตัวเองนั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การฝึกซ้อมตาย” นี่เป็นเทคนิกสร้างสภาพที่จำเป็นสำหรับคนไข้ที่ป่วยในระยะสุดท้าย จะได้รู้ว่า ความตายนั้น เป็นอย่างไร?
เมื่อเข้าใจพื้นฐานการตายนี้แล้ว ก็จะนำไปใช้ คนที่มีสุขภาพสมบูรณ์ ลองสังเกตในปัจจุบันบางคนเป็นเอดส์บ้างก็มีชีวิตอยู่นาน จนโรคต่าง ๆ ที่เข้ามาไม่แผลงฤทธิ์ แต่บางคน ก็อาการโรคแทรกซ้อน ขึ้นมา จนไม่นานก็เสียชีวิตแล้ว และนี่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่คนเราสามารถรักษาตนเองได้ครับ ความตายนั้น เป็นสิ่งที่เรายอมรับได้ถ้าเรารู้ว่ามัน เป็นส่วนหนึ่งของชีวธรรมชาติ และมิใช่ สิ่งที่น่ากลัวหรือสิ่งแปลกปลอม เป็นไปได้ว่า ในอนาคต อาจมี ห้องฝึกซ้อมตาย อยู่เกลื่อน เลยครับ

สมองคอมพิวเตอร์
ผมได้เคยดูหนังเรื่องหนึ่งที่นำเอาความคิดของมนุษย์ ใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มัน สามารถตัดสินใจ ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ ที่ยากต่อการตัดสินใจ ระบบคอมพิวเตอร์ จะเชื่อความสัมพันธ์ กับสมองของมนุษย์ ในด้านชีววิทยา
เมื่อก้าวถึง ศตวรรษที่ 22 ก็มีความเป็นไปได้ดังกล่าวที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ พวกเขาปรารถนา ที่จะให้คนสามารถคิดได้เร็วขึ้นและเร็วขึ้น เพื่อความเจริญรุดหน้าไปด้วยความเร็ว ที่สุดยอด ๆ ขึ้นไปอีก
สาเหตุจาก การที่คนเรา มีโอกาสเป็นโรคจิตมากขึ้นครับ เกิดจากการสับสนกระวนกระวาย ว่า เอ๊ะ! วันนี้เราจะทำอะไรก่อนหลัง หรือเราจะไปไหน หรือวางแผนอะไรต่าง ๆ นา ๆ การกระวนกระวายนี้ มีปริมาณสูงขึ้น เรื่อย ๆ 34 % ของคนอเมริกันประสบปัญหาอย่างรุนแรง และอาจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

นักวิทยาศาสตร์ จึงคิดค้น คือ แอ่น แอน แอ๊น...นั่นคือ แผ่นคอมพิวเตอร์อินทรีย์ เห็นแล้วนึกถึง โดราเอมอน จังเลย ควักของวิเศษออกจากกระเป๋า นักวิทยาศาสตร์ชื่อ เจมส์ แมคอะเลียร์ แห่ง EMV แอสโซซิเอท สหรัฐอเมริกา เป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์อินทรีย์ ขึ้น ชิ้นส่วนนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่มีโมเลกุล มีชีวิตมีพลังงานสมองกล เป็นหนึ่งในล้านเท่าของสภาพธรรมดา ชิ้นส่วนนี้ จะฝังไว้ที่สมองและเซลล์ประสาทที่ชีวิตห่อหุ้ม มันจะเชื่อมกับเซลล์ประสาทของการมองเห็น ราวกันมันสามารถมองเห็นได้เหมือนกับที่เรามองเห็นนั่นแหละครับ

เมื่อระบบนี้ ได้ผสานเข้ากับสมองมนุษย์แล้ว จะมีเนื้อเยื่อของประสาทงอกออกมา และเจริญเติบโตในเซลล์ประสาท และแต่ละหน่วยก็จะมีเส้นวงก้นหอยขึ้นเป็นสองเท่า สำหรับบันทึกข้อมูล จากข้อมูลที่เขาทดลองนี้ เขาเก็บข้อมูล ห้องสมุดของคองเกรสไว้ และข้อมูลนี้ ก็จะดึงออกมา ใช้ได้ทันที ไม่ต่างอะไรกับ ฮาร์ทดิส เลยครับ

และเชื่อกันว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวนี้ จะสามารถเอาชนะได้แม้แต่ความตาย และชิ้นส่วนอินทรีย์นี้ ก็สามารถนำออกมา และนำไปต่อกับอีกคนได้ครับ แบบว่า มันเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด ยังไงยังงั้น ดังนั้น จิตใจ ที่อยู่ใน ชิพนั้น ก็มีจิตใจของคนด้วยครับ

เรื่องต่อ มา แล้วใครจะเป็นไอน์สไตน์คนต่อไป
ความเป็นไปได้ของฟิสิกส์แนวใหม่นี้ ความเข้าใจเรื่องกฎของจักรวาล หรือความไร้กฎของจักรวาล สำหรับนักฟิสิกส์แล้ว ทฤษฏี ความเป็นเอกภาพที่ยิ่งใหญ่ มีความจำเป็น ต่อจินตนาการ พลังผูกขาด เป็นแม่เหล็ก (The magnetic manopoly) และหวังกันว่า อณูเพียงอณูเดียวจะเชื่อมโยงทฤษฏีทั้งหมด เข้าด้วยกัน

นักฟิสิกส์ เดวิด แคพลิน แห่งมหาวิทยาลัย ลอนดอน ได้ค้นพบ สิ่งที่เป็นอณูนี้ เขากล่าวว่า อาจจะปรากฏเพียงครั้งเดียวทุกหมื่นปี การค้นหว้ายังคงดำเนินต่อไป

ทฤษฏี ของโบห์ม ว่า อวกาศที่ห่อหุ้มนั้น มีอยู่ในจรกวาลเหมือนกับภาพที่ที่ปรากฏแม่พิมพ์ อวกาศ-ห้วงอวกาศทั้งมวล-อยู่ในส่วนของมัน ถ้าเรามองไปยังส่วนต่าง ๆ ทุกอย่างนั้นล้วนเป็นอณูพื้นฐานทั้งนั้น

หนังสือของสตีเฟต ฮอว์กกิง เรื่อง A Brief History of Time เป็นการเสนอทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องของทฤษฏีเอกภาพที่ยิ่งใหญ่ ถ้าบางส่วนในจิตใจของนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการค้นหานี้เป็นการค้นหาอำนาจที่แท้จริงของพระเจ้าด้วยการใช้เหตุผล
อาจเป็นไปได้ว่า ช่วงศตวรรษที่ 22 เราอาจไม่สนใจกับปัญหาส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เราจะสนใจต่อชีวิตทั้งมวล-ทั้งโลก การดำรงชีวิตระเบียงทั้งมวล ชีวิตก็จะเริ่มต้นใหม่ได้อย่างแจ่มใส


การปล่อยยาน มาร์เซียน ไซเคลอร์ (Martian Cycler) ในพันปีข้างหน้าเป็นการเชื่อมโยงพาณิชย์ ระหว่างดาวอังคารกับโลก การเดินทางระหว่างดาวทั้งสอง ยานนี้ประกอบด้วยส่วนที่จัดไว้สำหรับที่พัก รูปร่างปิรามิด และมีห่วงเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน ศูนย์กลางมันจะหมุนไปรอบ ๆ เพื่อสร้างแรงถ่วงในปิรามิด อัตราการหมุนด้วยถูกควบคุมเป็นน้ำหนักเชื่อมด้วยสายเคฟลาร์ ห่าง 15,000 ฟุต ยินนี้จะเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ทั้งสอง มีพนักงานประจำเครื่อง 6 คน ผู้โดยสาร 52 คน มีท่าต่าง ๆ และผู้โดยสารสามารถขึ้นแทกซี่ โดยสารไปยังสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ครับ น่าสนุกทีเดียว

สู่ความเร็วเสียง
และสุดท้าย การบินก็ต้องเร็วขึ้น เป็นแน่ ระดับความเร็วเสียง ไม่ใช่เครื่องบินขับไล่ แต่เป็นเครื่องบินโดยสาร เชิงพาณิชย์ เครื่องบินโดยสารที่เร็วกว่าเสียง จะให้บริการ ได้ในปี ค.ศ. 2019 เรียกว่า ทรานซัท บินได้ความเร็ว ระหว่าง 15 ถึง 25 มัค มีความเร็ว สิบเท่าของ คอนคอร์ด เครื่องบินที่เร็วที่สุดในโลก ที่เพิ่งปิดประจำการไป

ทรานซัคนี้ จะเพิ่มพลังจรวดที่ส่งให้มัน บินเร็วขึ้น ยานนี้ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงครึ่งระหว่างนิวยอร์ค ถึง ซิดนีย์ ออสเตรเลียได้เลยครับ
ดังนั้นในอนาคต เาจะได้เห็นเครื่องบินนานาชนิดที่บินเร็วกว่าเสียง เครื่อง โฮทอล ของอังกฤษ ใช้พลังขับเคลื่อนจากจรวดที่หายใจได้ โดยใช้ออกซิเจนเหลวและไฮโดรเจน เครื่องบินชนิดนี้ จะดึงเอาออกซิเจนจากบรรยากาศในขณะที่บินไต่ระดับความสูง ระดังวงโคจรโลก วิธีนี้ จะช่วยลดจำนวนออกซิเจน และทำให้ปีกของยานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยครับ

เครื่องสแครมเจ็ท เครื่องยนต์ไอพ่นเผาไหม้เชื้อเพลิงการไหลของอากาศที่เร็วกว่าเสียง เครื่องเทอร์โบเจ็ท ธรรมดา ไม่สามารถบินได้เร็วกว่า 3 มัค ความเร็วสามเท่าของเสียง ถ้าเร็วเกินนั้น ความร้อนทำให้ส่วนต่าง เครื่องยนต์อ่อนกำลังลง ได้ครับ
เครื่องสแครมเจ็ม รุ่นใหม่จะใช้ ไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิง และดึงออกซิเจนจากบรรยากาศมาใช้ อากาศที่ถึงผ่านท่อเข้ามาเครื่องยนต์ จะอยู่ในอุณหภูมิและความเร็วที่คงที่ ที่ 4,000 อวศาฟาเรนไฮ และง่ายต่อการควบคุม ครับ

http://atcloud.com/stories/25788

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 15.33 KBs
Upload : 2012-05-10 14:48:38
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

2
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


sompis
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
วิทยาศาสตร์


โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
โทรศัพท์ 0-5524-5115 โทรสาร 0-5524-5115

นโยบาย |
Generated 0.029310 sec.